2006/Nov/30

1. เทศกาลเครื่องดื่มและขนมพื้นบ้านแห่งเกาหลี

เทศกาลอาหารพื้นบ้านเกาหลีนี้จัดขึ้นที่เคียงจู, จังหวัดเคียงซางบุก-โด ผู้มาเยือนจะพบกับขั้นตอนการทำเครื่องดื่มและขนมข้าวพื้นบ้านชั้นครูและลองชิมฟรี ภาพที่เห็นคือการดื่มเหล้ากลั่นพื้นบ้านและขนมข้าวรสละมุน เป็นเป็นพิเศษในด้านพิธีการและตามฤดูกาล รวมถึงขนมพื้นบ้านรับประทานคู่กับเครื่องดื่มและขนมข้าวทั้งหมดทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการครัวและขายในราคาลดพิเศษ

เทศกาลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจีนและญี่ปุ่นก็จะดื่มเคียงคู่ไปกับขนมข้าว งานด้านการครัวต่างๆ เปิดให้สำหรับทุกคนเข้าร่วม รวมถึงการแสดงนิทรรศการเครื่องดื่ม ขนมข้าว และเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆในการทำ วิธีการทำขนมข้าว การสาธิตการแต่งงานแบบดั้งเดิม และงานรื่นเริงที่จัดมาหลายชั่วอายุ การเรียนรู้มารยาทและขั้นตอนการดื่ม การแสดงดนตรีแบบดั้งเดิมตามสมัยอาณาจักรชิลลา (Silla Kingdom) (57 ปี ก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 935) และอื่นๆ

2. เทศกาลวัฒนธรรมวังอิน (Wang In Cultural Festival)

วังอินเป็นปราชญ์ในช่วงศตวรรษที่ห้าในสมัยอาณาจักรแพ็กเจ(Baekje Kingdom) (18 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 660)
ท่านได้เดินทางไปญี่ปุ่นโดยคำเชิญของจักพรรดิญี่ปุ่นและได้เผยแพร่คำสอนของท่านขงจื๊อ ตำราชนจามุน (Cheonjamun) (อักขระจีนพันตัว) และทักษะการทำกระดาษซึ่งทั้งหมดนี้ได้ช่วยอุปถัมภ์วัฒนธรรมอาสุกะของญี่ปุ่น

เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณประโยชน์ของท่านเทศกาลวัฒนธรรมวังอินได้มีการจัดขึ้นทุกปีที่บ้านเกิดของท่าน ที่ยองอัม-กุนจังหวัด ชลลานัม-โด มีการจัดพิธีการพิเศษอันหลากหลาย รวมถึงการให้บริการเพื่อเป็นการรำลึกและการจัดแสดงพิธีกรรมโบราณที่อารามวังอินที่ซึ่งโต๊ะและรูปเขียนของท่านถูกยกย่องว่า "การเดินทะเลสู่ญี่ปุ่น" ที่ซึ่งผู้คนจะแต่งกายในแบบแพ็กเจ 300 คนจะเดินตามรอยเท้าท่านจากอารามไปยังท่าเรือซังแดโพ (Sangdaepo Ferry) อันเป็นที่ที่ท่านออกเดินทางและพิธีการอื่นๆอีก เรือสไตล์แบกเชและข้าวของโบราณต่างๆจะนำท่านผู้มาเยือนกลับไปยังช่วงเวลาแห่งยุคแบกเช สิ่งที่ต้องชมอีกอย่างคือการเดินพาเหรดโคมอักขระจีนพันตัวซึ่งนักเรียนหนึ่งพันคนจะออกเดินจากอารามไปยังท่าเรือในยามเย็นโดยแต่ละคนจะถือโคมที่มีตัวอักขระจีนสมัยขงจื๊อในแต่ละดวง

3. เทศกาลวัฒนธรรมออนยาง (Onyang Cultural Festival)
เทศกาลวัฒนธรรมออนยางจัดขึ้นในช่วงคล้ายวันเกิดท่านนายพลเรือยีซุน-ชิน (Admiral Yi Sun-shin) เพื่อเป็นแรงบันดาลให้เกิดความรักชาติในการรำลึกถึงท่านผู้เป็นวีรบุรุษแห่งชาติผู้ต่อสู้กับการรุกรานของฮิเดโยชิแห่งญี่ปุ่นในปี
1592 มีพิธีการหลากหลายเพื่อแสดงการสรรเสริญต่อท่านนายพลยีเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้วและเป็นแรงบันดาลให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดกับวีรบุรุษในประวัติศาสตร์

สถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงได้แก่ อารามฮยองชุงซา (Hyeongchungsa Shrine) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของอนุทินสงครามต่างๆที่เขียนขึ้นโดยท่านนายพล ,โคบุคซอน (geobukseon) หรือ เรือเต่าซึ่งเป็นเรือรบหุ้มเกราะลำแรกและดาบยาว ที่ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติแห่งชาติ รวมถึงบ่อน้ำร้อนออนยางและอาซาน

เหตุการณ์สำคัญได้แก่อาทิเกมการรบทางทะเลของเรือเต่า การแข่งขันชักว่าว การแข่งขันมาราธอนของวีรบุรุษ การสาธิตการทดสอบการรับราชการทหาร และอื่นๆ

4. เทศกาลชินโด ยองดึง (Jindo Yeongdeung Festival)
ทะเลช่วงเกาะชินโดและเกาะโมโดห่างจากฝั่งโฮดอง-ริ (Hoedong-ri) ในจังหวัดชลลานัม-โด นั้นเป็นส่วนที่มีกระแสน้ำต่ำสุดในเดือนที่สามทางจันทรคติ ซึ่งน้ำลดจะเกิดถนนใต้ทะเลกว้าง 40 เมตรยาว 2.8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่รู้จักแก่โลกเป็นครั้งแรกในปี 1975 โดยท่านปีแอร์ รังดี (Pierre Randy) ท่านอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเกาหลีได้รายงานปรากฏการณ์ประหลาดนี้ในสื่อของฝรั่งเศสว่าเป็นราวกับ "ปาฏิหารย์ของโมเสส" ในรูปแบบเกาหลี ตำนานของปรากฏการณ์นี้มีอยู่ว่า ในอดีตกาลชาวเกาะได้รับความเดือดร้อนจากบรรดาเสือ ในปีหนึ่งการรุกรานของเสือถึงขึ้นร้ายแรงมากจนทำให้ชาวเกาะทั้งหมดต้องพลักพรากจากบ้านหนีไปยังเกาะโมโด เว้นแต่เพียงหญิงชราผู้หนึ่งชื่อยาย ป้อง ซึ่งสวดภาวนาด้วยแรงศรัทธาทุกวันว่าจะได้เห็นหน้าครอบครัวอีกครั้ง และแล้วเทวดาก็ช่วยยายด้วยการแบ่งทะเลออก

เทศกาลชินโด ยองดึง แสดงให้เห็นถึงการเฉลิมฉลองอันน่าปิติยินดีด้วยพิธีสักการะบูชาต่อยายป้อง (Grandma Ppong) เทศกาลจัดแสดงตามตำนานด้วยการล่องทะเลด้วยแพท่อนซุง การสักการะของชาวประมงต่อเทพแห่งทะเล และการชุมนุมของกุ้งหอยบนถนนทะเล การร้องเพลงเวลาทำงานของชาวเกาะชินโด เพลงของพวกหามหีบศพ
งานรื่นรมย์ของบบรรดาผู้ไว้ทุกข์และการแสดงพื้นบ้านต่างที่เป็นลักษณะเฉพาะของเกาะชินโด จัดขึ้นที่สิ่งหลงเหลือจากประวัติศาสตร์ อาทิ ที่ ยองจางซันซอง (Yongjangsanseong) (ป้อมภูเขา) และนัมโดซกซอง (Namdoseokseong) (ป้อมศิลา) ซึ่งถูกสร้างในสมัยราชวงศ์โคเรียว (Goryeo Dynasty)(ค.ศ. 918-1392)
และอุลลิมซานบัง (Ullimsanbang) ห้องทำงานของโฮวยู(Heo Yu) จิตรกรผู้มีชื่อเสียงในปลายราชวงศ์ โชซอน (Joseon Dynasty)

5. เทศกาลชุนยาง (Chunhyang Festival)
เทศกาลชุนยางซึ่งเป็นเทศกาลยอดนิยมตลอดการในประเทศเกาหลีจัดขึ้นทุกปีที่นัมวอนจังหวัดชลลาบุก-โด ซึ่งจะครบรอบ 74 ปีในปี 2004 นี้

ชุนยางเป็นวีรสตรีผู้ซื่อสัตย์ในชุนยางจอน (Chunhyangjeon) ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่มีผู้อ่านอย่างกว้างขวางในช่วงกลางของราชวงศ์โชซอน เรื่องมีอยู่ว่าชุนยางซึ่งเป็นลูกสาวของนักแสดงเกษียณอายุหญิงคนหนึ่งได้ตกหลุมรักกับ
ยีมอง-ยอง (Yi Mong-nyong) บุตรแห่งผู้ปกครองนัมวอนและให้คำปฏิญาณว่าจะแต่งงานกัน มอง-ยองจะต้องไปอยู่เมืองหลวงฮานยาง(กรุงโซลในปัจจุบัน) ซึ่งพ่อของเขาถูกย้ายไปประจำที่นั่นรวมถึงต้องเตรียมตัวสอบเป็นจองหงวน
ผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่นามว่า เบียน ต้องตาต้องใจในความงามของชุนยางและทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจเธอให้ได้ ทว่าชุนยางปฏิเสธเขาด้วยเธอภักดีต่อมอง-ยอง จนทำให้ผู้ปกครองซึ่งโกรธแค้นเธอจับเธอใส่ตะรางและทุบตี ในงานวันเกิดของเบียน เขาเอาแอกไม้หนักๆมาล่ามคอเธอ ยีปรากฏกายขึ้นในบันดลด้วยตำแหน่งผู้ตรวจการลัดของหลวงซึ่งได้รับมอบหมายให้มาสืบหาเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริต เขาลงโทษ เบียน และช่วยชีวิตชุนยางได้ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอย่างผาสุกมานับแต่นั้น

เทศกาลนี้มุ่งประเด็นไปที่คุณธรรมแห่งความภักดีที่ไม่มีวันตาย กิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเข้าเยี่ยมคารวะสุสานของชุนยาง พิธีการแสดงความเคารพชุนยางที่สวนกวางฮัลลูวอน ซึ่งผู้ประกอบพิธี 42 คนแสดงการคารวะและ นักดนตรี 30 คน จากศูนย์แสดงศิลปพื้นบ้านแห่งชาติเป็นผู้เล่นเพลง

การประกวดเพลงดั้งเดิมชุนยางเป็นการแข่งขันดนตรีดั้งเดิมระดับชาติและการแสดงต่างๆถูกนำเสนอในเทศกาลนี้
เพิ่มเติมด้วยเทศกาลหัตถกรรมไม้นัมวอนที่จัดขึ้นที่ เลิฟ พลาซ่า ใน โอฮยอน-ดอง (Eohyeon-dong) ซึ่งแสดงวิจิตรศิลป์แห่งหัตถกรรมจากไม้ หนึ่งในสิ่งพิเศษอันน่าภาคภูมิของนัมวอน ซีรึม (Ssireum) มวยปล้ำโบราณ
และชิงช้าคีเนตุยกี (geunettwigi) (สำหรับผู้หญิงเล่น) มีขึ้นที่ริมลำธารโยชอน

6. เทศกาลแทกู ยังเนียงชี (Daegu Yangnyeongsi Festival)
ริมถนนนัมยอง-โนระยะทาง 700 เมตรในย่านธุรกิจของแทกูมักจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของตัวยาสมุนไพร โดยทั่วไปมักเรียกว่า "ตรอกยา" คือศูนย์กลางแห่งธุรกิจ 350 กิจการซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนตะวันออก รวมทั้งยาสมุนไพร
การบำบัดด้วยการฝังเข็ม คลินิกสมุนไพร การต้มยาและ ร้านขายสมุนไพรและโสม

ประวัติศาสตร์ของตลาดการแพทย์แผนตะวันออกย้อนยุคไปยังศตวรรษที่ 16 ในสมัยราชวงศ์ โชซอน (ค.ศ. 1392-1910) ในช่วงแรกๆนั้นตลาดสมุนไพรจะจัดขึ้นในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิใกล้กับที่ตั้งสำนักงานรัฐบาลเก่าและย้ายไปยังสวนสาธารณะเคียงซัง กัมยอง (Gyeongsang Gamyeong)ตลาดได้ย้ายไปเปิดยังที่ตั้ง ณ ปัจจุบันในปี 1908 กำหนดให้มีการอนุรักษ์ประเพณีการรักษาโรคและส่งเสริมการแพทย์โดยสมุนไพร เทศกาลแทกู ยังเนียงชี เริ่มด้วยพิธีการรำลึกถึงและขอพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องของการค้าและความอยู่ดีกินดีของคนในท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็มีพิธีคารวะท่าน เชน นอง บิดาแห่งการแพทย์สมุนไพรจีน

การแสดงเพิ่มเติมก็มีอาทิเกมถามตอบชื่อสมุนไพร การตรวจเช็คร่างกายฟรี นิทรรศการเครื่องมือรักษาโรคแบบตะวันออก และเหล้ายาทำจาก สมุนไพรเสริมสุขภาพและรากไม้ต่างๆ เช่น โสม และสมุนไพรต่างๆ ผู้มาเยือนอาจได้เข้าร่วมการประมูลสมุนไพรและการแข่งขันซื้อสมุนไพรด้วย

7. เทศกาลวัฒนธรรมผ้าป่านนรามี (Hansan Ramie Fabric Cultural Festival)
ได้มีการเก็บเกี่ยวโมซี (Mosi)(พืชยืนต้นที่มีใยคล้ายป่าน) ที่ฮันซานมาตั้งแต่อาณาจักรแพ็กเจแล้ว ผ้าป่านรามีได้เป็นสิ่งทอสำหรับชุดในฤดูร้อนที่ดีที่สุดเป็นเวลาช้านานโดยได้รับการชื่นชมว่าเป็นผ้าที่เบาบางดุจปีกแมลงปอ การซึมผ่านได้ง่าย การดูดซับความชุ่มชื้น และความคงทนทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบายและสดชื่นในช่วงฤดูร้อน ในวันเวลาแห่งอดีตผ้าฮานซานรามีคุณภาพชั้นยอดได้ถูกใช้เป็นของกำนัลให้กับกษัตริย์ เทศกาลจะครบ 15 ปีในปี 2004 นี้และจะนำเสนอช่วงเวลาอันอัศจรรย์ที่จะเห็นคุณค่าถึงผ้าชนิดนี้และผ้ารามีโบราณอันงามล้ำรวมถึงรูปแบบสมัยนิยมใหม่ๆ งานแสดงต่างๆรวมทั้งการจัดนิทรรศการผ้ารามีที่ย้อนยุคไปตั้งแต่ยุคสามก๊ก ชุดแต่งกายประจำชาติเกาหลี ที่เรียกว่า ฮันบก การย้อมสีโดยธรรมชาติโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมผ้า

ยังมีตลาดรับอรุณซึ่งให้มีการศึกษาและซื้อผลิตภัณฑ์ ในโปรแกรมที่ต้องทำด้วยตนเองนั้นผู้มาเยือนจะได้รับการทดลองโดยครูผู้ที่จะสอนให้รู้จักการแยกเส้นใยดิบด้วยมือ การปั่นเส้นใย การทอด้วยกี่และการย้อม

8. เทศกาลสมุนไพรเขาชีรีซาน (Mt. Jirisan Herb Festival)
ซันชองเป็นแหล่งกำเนิดของสมุนไพรแผนตะวันออกที่มีชื่อในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพด้วยว่าเติบโตบนเขาชีรีซานอันเลื่องลือของเกาหลี แพทย์แผนตะวันออกมากมายเกิดที่นี่รวมถึง หมอ ยูอึย-แท (Dr. Yu Eui-tae)ปรมาจารย์ของท่าน โฮว จุน (Heo Jun) แพทย์แผนตะวันออกผู้โด่งดังในยุคราชวงศ์โชซอนผู้ก่อตั้งมูลนิธิแพทย์แห่งเกาหลี

เทศกาลให้โอกาสอันงดงามแก่นักท่องเที่ยวที่จะได้รับประสบการณ์ในโลกแห่งศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออกอันลี้ลับรวมทั้งการทดลองและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ที่เทศกาลนี้แหละที่ท่านจะได้รับยาแผนตะวันออกและอาหารตัวอย่างทำจากยาสมุนไพร

งานที่สำคัญคือการทดลองชาสมุนไพรและอาหาร การบำบัดด้วยยาแผนตะวันออกฟรี การตัดต้นยา การชิมค็อกเทลที่ผสมด้วยพืชที่เป็นยา การเที่ยวชมตลาดยาสมุนไพร

9. เทศกาลสู้วัวแห่งชาติ (National Bullfighting Festival)
จองอับคือสถานที่ในช่วงการปฏิวัติดองฮักที่ชาวบ้านลุกฮือขึ้นสู้กับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตในปี 1894 จองอับยังเป็นที่กำเนิดของภูเขาแนจังซาน ที่มีชื่อว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดในประเทศที่จะชมการร่วงหล่นของใบเมเปิล จองอึบมีสิ่งพิเศษท้องถิ่นมากมายแต่ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นเนื้อวัวที่คุณภาพไร้เทียมทาน วัวเนื้อที่นี่ได้รับการเลี้ยงดูตามปกติโดยเมล็ดบาร์เลย์ที่ยังไม่กระเทาะ ใบหญ้าเขียวสด และต้นไม้ยาแผนตะวันออก เทศกาลสู้วัวแห่งชาติที่จัดขึ้นที่จองอับนี้มีการแสดงวัฒนธรรมการสู้วัดลักษณะเฉพาะตามแบบฉบับเกาหลีซึ่งต่างไปจากสเปนมากรวมถึงโอกาสที่จะได้เยือนตลาดการค้าเนื้อวัวดั้งเดิมของเกาหลี

งานสำคัญๆรวมถึงการแข่งขันสู้วัว งานแสดงปศุสัตว์ การชิมเนื้อวัว นิทรรศการเครื่องมือปศุสัตว์ หมูชน และอื่นๆ

10 เทศกาลพระไตรปิฎกเกาหลี (Tripitaka Koreana Festival)
พระไตรปิฎกเกาหลี คือการเก็บรวบรวมคัมภีร์ทางพุทธศาสนาอันสมบูรณ์ที่สุดที่เก็บรักษาในวัดแฮอินซา อันประกอบไปด้วยแม่พิมพ์ไม้กว่า 80,000 ชิ้นที่ได้ถูกสลักทั้งสองด้านและได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งโลก เทศกาลทริปิทาก้า โคเรียน่า เน้นไปที่วัฒนธรรมพุทธศาสนาของเกาหลีที่วัดแฮอินซาและภูเขาคายาซาน ขุนเขาอันโด่งดังของเกาหลี ชาวต่างประเทศถูกนำเสนอการเข้าพักและการให้ชิมอาหารวัดโบราณ อันเป็นโอกาสพิเศษเฉพาะที่จะได้ประสบการณ์จากบรรยากาศแห่งศาสนาพุทธในเกาหลี โปรแกรมต่างๆที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานถูกจัดขึ้นเพื่อให้ไม่เพียงแต่ชาวพุทธเท่านั้นแต่รวมถึงคนทั่วไปที่จะได้เข้าถึงวัฒนธรรมแบบพุทธและความเรียบง่ายภายใต้สภาพแวดล้อมอันบริสุทธิ์ของภูเขาคายาซาน

งานแสดงพิเศษต่างๆรวมทั้งละครระบำเรื่องพระไตรปิฎกเกาหลี ฮับชอนโอควานแด นอริ (Hapcheon Ogwandae Nori) พิธีจุดประทีปและงานรื่นเริงแสงเทียน และอื่นๆ

11. เทศกาลชาน้ำค้างแห่งขุนเขาฮาดง (Hadong Mountain Dew Tea Festival)
ฮวาเก-เมียน (Hwagae-myon) ที่ฮาดงเป็นแหล่งของการเก็บเกี่ยวชาในเกาหลีเช่นเดียวกับ โบซอง ในจังหวัด
ชลลานัม-โด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุนซู-รี (Unsi-ri) ในฮวาแก-เมียนได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ปลูกชาได้ดีที่สุดของเกาหลี ได้มีการเก็บเกี่ยวชาเกาหลีครั้งแรกที่นี่ในปี ค.ศ. 828 โดยเมื่อคิม แท-เรียม (Kim Dae-ryeom) ซึ่งเป็นอุปทูตเดินทางไปเชี่อมไมตรีกับราชวงศ์ถังของจีนได้เดินทางกลับมาพร้อมกับเมล็ดชาและเพาะปลูกลงบนเนินเขาในบริเวณนี้โดยคำสั่งของกษัตริย์ และแล้วบริเวณนี้ก็ได้เป็นแหล่งเพาะปลูกชาที่ดีที่สุดนับแต่นั้นมา

เพื่อเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์นี้ ฮาดง-กุนได้จัดเทศกาลชาป่าขึ้นทุกปี ชาเขียวป่าท้องถิ่นยังคงผลิตโดยใช้แรงงานคนและส่วนผสมของมันก็มีประสิทธิผลในการป้องกันมะเร็ง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ชาเขียวยังช่วยกำจัดสารไดอ็อกซินที่สะสมอยู่ในร่างกาย

เทศกาลนี้นำเสนอการแสดงที่มีการริเริ่มตระเตรียมขึ้นมาใหม่เช่นการแข่งขันชาพรีเมี่ยมแห่งปีและชาราชินีอันงดงาม
ผู้มาเยือนจะได้รับประสบการณ์ในการคัดเลือกใบชาและขั้นตอนการผลิตรวมถึงศิลปในพิธีดื่มชาแบบดั้งเดิม และมีรถรับส่งให้บริการตลอดงาน

12. เทศกาลผีเสื้อฮัมเปียง (Hampyeong Butterfly Festival)
เทศกาลผีเสื้อฮัมเปียงนำเสนอความอลังการของผีเสื้อนับหมื่นๆ ที่บินร่อนเหนือทะเลแห่งดอกไม้นานาพรรณในพื้นที่ถึง 33 ล้านตารางเมตรซึ่งอยู่อาศัยในแดนแห่งสวรรค์ฮัมเปียง เทศกาลนี้เป็นความพยายามครั้งแรกในโลกที่จะจัดเทศกาลซึ่งมีผีเสื้อและแมลงที่มีชีวิตกับธรรมชาติและได้รับการกำหนดเป็นครั้งแรกในปี 2003 ว่าเป็น "เทศกาลการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม"

ผีเสื้อบินโฉบไปมาเหนือทุ่งดอกเรบซีดที่บานสะพรั่งให้สีสันจินตนาการแห่งเทพนิยายให้กับเด็กๆและย้อนเวลากลับไปยังโลกแห่งจินตนาการเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะเก็บประสบการณ์ในระบบชีววิทยา มีการแสดงคอนเสิร์ต การประกวดภาพเขียนและการแสดงต่างๆ อีกมากมาย

13. เทศกาลละครใบ้นานาชาติชุนชอน (Chuncheon International Mime Festival)
เทศกาลละครใบ้นานาชาติจะฉลองครบรอบปีที่ 16 ในปี 2004 นี้ เทศกาลซึ่งเริ่มขึ้นในปี 1989 นั้นเดิมทีเรียกว่าเทศกาลละครใบ้เกาหลีและได้ถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่อปัจจุบันในปี 1995 โดยที่คณะละครได้รับการเชิญจากต่างประเทศ
และในฐานะที่เป็นสถานที่แห่งเดียวที่มีการแสดงทำให้เทศกาลนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและขณะนี้ก็ได้มีการริเริ่มการแสดงใหม่ๆเพื่อเอาใจบรรดาผู้ที่ชื่นชอบละครใบ้ทั้งในประเทศและทั่วโลก เทศกาลละครใบ้เริ่มโดยพิธีกรรมทางศาสนาและพิธีเปิดงานและตามด้วยการแสดงที่เป็นสีสันต่างๆ อาทิ ปุงมุลลอริ (pungmullori) หรือ ดนตรีเครื่องเคาะจังหวะพื้นบ้าน และระบำละครใบ้สวมหน้ากาก ทัลชุม (talchum)จุดเด่นของงานคือทกแคบิ นันจาง (Dokkaebi Nanjang) คือการแสดงตลอดคืนซึ่งมีการแสดงละครใบ้ การแสดงตัวละครในวรรณคดี คอนเสิร์ตวงร็อค ดนตรีและภาพยนต์ ที่ชุนชอนเมืองแห่งม่านหมอกและทะเลสาบนี้เองที่มีการแสดงของคณะละครใบ้จากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิสราเอล เยอรมัน สหราชอาณาจักร มองโกเลีย และจากที่อื่นๆทั่วโลก

2006/Nov/28

ประเพณีเกาหลี

ตำนานรักผ่านสื่อ

ถึงแม้ทุกวันนี้ชายหนุ่มและหญิงสาวชาวเกาหลีจำนวนมากจะสามารถเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเอง แต่ยังมีคู่แต่งงานอีกกว่าครึ่งที่ใช้บริการของพ่อสื่อหรือแม่สื่อโดยที่ครอบครัวของฝ่ายชายหรือหญิงจะนำรูปถ่ายพร้อมประวัติของลูกตนไปให้ พร้อมแสดงความประสงค์ว่าอยากให้ลูกได้คู่ครองแบบไหนทราบดังนั้นแล้วพ่อสื่อแม่ชักก็จะไปเสาะหามาให้ในวันที่ว่าที่เจ้าสาวจะถูกแนะนำตัวให้กับครอบครัวของว่าที่เจ้าบ่าวนั้น ฝ่ายหญิงจะสวมชุดยาวสีสัดใส แขนเสื้อเป็นสีขาวและมีการแต้มสีแดงเป็นจุดบนแก้มสองข้างเพื่อขับไล่สิ่งไม่เป็นสิริมงคลออกไป 

ตามธรรมเนียมเก่าแก่ของชาวเกาหลี งานแต่งงานจะจัดขึ้นที่สนามหญ้าบ้านเจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะเดินทางมาบ้านเจ้าสาวด้วยม้า และนำเจ้าสาวใส่เกี้ยวกลับไป ซึ่งการเดินทางนั้นเจ้าบ่าวจะต้องนำเจ้าสาวผ่านทางที่จุดไฟด้วยตะเกียงมือถือ กลับไปที่บ้านของบิดาและมารดาของเจ้าบ่าวในคืนหลังพิธีแต่งงาน ในพิธีเจ้าสาวจะแต่งกายโดยสวมมงกุฏ โชทูริ ที่ร้อยด้วยลูกปัดและดอกไม้ และสวม โชโกริ (Chogori) กางเกง พาจิ (paji) และเสื้อคลุมที่เรียกว่า ทูรุมากิ (Turumagi) รวมทั้งผ้าพันหน้าอกและสวมหมวกสีดำที่เรียกว่า โมจา (Moja) สิ่งมงคลในงานแต่งงานของชาวเกาหลีคือเป็ดและนกกระเรียนซึ่งแสดงถึงชีวิตคู่ที่มีความสุขและยืนยาว 

2006/Nov/26

เมื่ออันที่แล้ว เอาใจสาว คราวนี้ มาเอาใจหนุ่มๆบ้างล่ะ (ฝันของเราจะได้เป็นจริงสักที แจจ๋า...) 

1.ใชว์สัญชาติญาณความเป็นแม่ของคุณออกมาเลย ดูแลหนุ่มเกาหลีประหนึ่งว่าเค้าเป็นเด็กน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดู แต่ต้องทำให้เป็นธรรมชาติน่ะค่ะ ให้เค้าเห็นว่าคุณเอาใจใส่เค้าจริงๆ คอยตักอาหารให้ เติมน้ำ เลื่อนซุป ปรนนิบัติพัดหวี ดูแลให้เค้าได้รับประทานอาหารดีๆ แค่นี้หนุ่มเกาหลีก็ปลื้มสุดๆแล้วค่ะ 

2.แต่ในขณะเดียวกับที่กำลังปรนนิบัติพัดหวีอยู่นั้น อย่าโชว์ความแกร่งแมนเกินร้อยจนเกินไปน่ะค้า บางขณะเราก็ต้องแอ๊บแบ๊ว ต้องการความช่วยเหลือจากหนุ่มๆ เค้าบ้างเหมือนกัน อาทิเช่น เมื่อต้องเปิดขวดน้ำ หรือเปิดกระป๋อง อย่าลืมมองกระป๋องแบบหวาดหวั่นนิดๆแล้วค่อยๆ เหลือบมองหนุ่มเกาหลีของเราด้วยแววตาอันแสนจะเกรงใจ จากนั้นก็ถามเค้าเบาๆ ว่าช่วยเปิดกระป๋องนี้ให้หน่อยได้ไม๊ค่ะ เมื่อเค้าเปิดแล้วอย่าลืมมองเค้าด้วยสายตาประมาณว่าเจ๋งมากที่ทำสำเร็จด้วยนะคะคุณน้อง รับรองว่าเวิร์คค่ะ 

3. ฝึกทำอาหารเกาหลี คนเกาหลีเป็นชาติที่ติดอาหารบ้านตัวเองสุดๆเพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นสาวไทยใจกิมจิจริง รับรองว่าเรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ หมั่นทำอาหารเกาหลีให้เค้าทานบ่อยๆ รับรองว่าเสน่ห์ปลายจวักใช้มัดใจหนุ่มกิมจิได้ชงัดนัก รับรอง ไปไหนไม่รอด 

ขอซ้ากหน่อย ... จุดเริ่มต้นของความรักของระหว่างคนสองคน ไม่ใช่จาก3ข้อนี้อย่างเดียว บางครั้ง 3ข้อนี้ก็ไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดความรักขึ้นเลย ความจริงใจ ความเป็นตัวของตัวเองต่างหาก ที่ทำให้เกิดความรัก ความรักไม่มีเหตุบังเอิญ มีเพียงแค่โชคชะตาเท่านั้น ขอให้คุณได้เจอกับรักที่ดี.....